ฟรี

งานประกันคุณภาพภายใน

มาตรฐานการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนสตรีพัทลุง
                ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน                            

ฉบับลงวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๓

---------------------------------

มาตรฐานการศึกษา ระดับขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนสตรีพัทลุง พ.ศ. ๒๔๖๓  มีจำนวน  3  มาตรฐาน  ดังนี้
มาตรฐานที่  ๑  คุณภาพของผู้เรียน
                    ๑.๑  ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน
                    ๑.๒  คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
มาตรฐานที่  ๒  กระบวนการบริหารและการจัดการ
มาตรฐานที่  ๓  กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

แต่ละมาตรฐานมีรายละเอียดดังนี้

มาตรฐานที่  ๑  คุณภาพของผู้เรียน
๑.๑  ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรีย
๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ
๒) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหา
๓) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
๔) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
๕) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรของโรงเรียน
๖) มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ
๗) มีความเป็นเลิศทางภาษา
๑.๒  คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
๑) การมีคุณลักษณะตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒) มีบุคลิกภาพดีมีเสน่ห์แบบไทย
๓) มีคุณธรรมอัตลักษณ์
๔) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย
๕) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
๖) มีสุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม
๗)  การตระหนักรู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์พัฒนาสิ่งแวดล้อม
 
มาตรฐานที่  ๒  กระบวนการบริหารและการจัดการ
๒.๑ มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่โรงเรียนกำหนดชัดเจน
๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของโรงเรียน
๒.๓ ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรของโรงเรียนและทุกกลุ่มเป้าหมาย         
๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
         
มาตรฐานที่  ๓  กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
๓.๑ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้
๓.๒ ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้
๓.๓ มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก
๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน
๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
 
……………………………………………………………..
 
 
 
 
 

 

 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายใน โรงเรียนสตรีพัทลุง

มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนสตรีพัทลุง
มาตรฐานที่  1  ด้านคุณภาพผู้เรียน
1.1  ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน
 
มาตรฐาน ประเด็นพิจารณา กระบวนการพัฒนา โครงการ/กิจกรรม
1. มีความสามารถในการอ่าน การเขียน  การสื่อสาร  และการคิดคำนวณ  ภาษาไทย
1. ผู้เรียนร้อยละ 70 มีความสามารถในการอ่าน     ระดับดีขึ้นไป
2. ผู้เรียนร้อยละ 70 มีความสามารถในการเขียน ระดับดีขึ้นไป
3. ผู้เรียนร้อยละ 70 สามารถพูดสื่อสารได้ในระดับดีขึ้นไป
ภาษาต่างประเทศ
4. ผู้เรียนที่เลือกเรียนภาษาต่างประเทศที่สอง (ภาษาฝรั่งเศส,ภาษาจีน ,ภาษาญี่ปุ่น,ภาษามลายู) ร้อยละ 75 สามารถพูดสื่อสารในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆใกล้ตัว สถานการณ์ ประสบการณฺ และเหตุการณ์ได้ในระดับดีขึ้นไปตามระดับชั้นเรียน
5.ผู้เรียนที่เลือกเรียนภาษาต่างประเทศที่สอง (ภาษาฝรั่งเศส,ภาษาจีน ,ภาษาญี่ปุ่น,ภาษามลายู) ร้อยละ 70 สามารถอ่านเพื่อจับใจความสำคัญบทอ่านสั้นๆได้ในระดับดีขึ้นไปตามระดับชั้น
6.ผู้เรียนที่เลือกเรียนภาษาต่างประเทศที่สอง (ภาษาฝรั่งเศส,ภาษาจีน ,ภาษาญี่ปุ่น,ภาษามลายู) ร้อยละ 70 สามารถเขียนประโยคและข้อความสั้นๆเกี่ยวกับตนเอง เรื่องราวใกล้ตัว ได้ในระดับดีขึ้นไปตามระดับชั้นเรียน
7.นักเรียนร้อยละ60  สามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศที่2 ได้ตามเกณฑ์ของโรงเรียน
คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์
8. ผู้เรียนร้อยละ 60 สามารถใช้ศาสตร์คณิตในชีวิตประจำวัน ได้ในระดับดีขึ้นไป
9.นักเรียนร้อยละ80 ผ่านการประเมินสมรรถนะสำคัญของหลักสูตรด้านการสื่อสารในระดับดี

 
1. พัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้โดยบูรณาการการพัฒนาการอ่าน การเขียน การสื่อสารในรายวิชาภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ ภาษาต่างประเทศอื่นที่โรงเรียนเปิดสอน
2. พัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โดยบูรณาการการพัฒนาการคิดคำนวณ
3. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติในห้องเรียน การจำลองสถานการณ์จริงๆ หรือฝึกประสบการณ์ตรงในสถานการณ์จริง ในแหล่งเรียนรู้
4. จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร อย่างหลากหลายเพื่อให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ
5. จัดเวทีการนำเสนอผลงานให้นักเรียนได้แสดงออกในสถานการณ์จริง
6. พัฒนาสื่อ แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน ให้นักเรียนได้ศึกษา ฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง
7.การประเมินเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ต่อการเรียนรู้ของทุกกลุ่มสาระ 
ภาษาไทย
1. กิจกรรมพัฒนาความสามารถการอ่าน
2. ค่ายส่งเสริมการอ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ
3. กิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักเรียนชั้นม.1- ม.6
4. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการ
5. การจัดการเรียนรู้
ภาษาต่างประเทศ
6. โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศ
6.1 กิจกรรมแข่งขันทักษะทางวิชาการด้านภาษาอังกฤษ
7. โครงการส่งเสริมความรู้และทักษะชีวิตตามหลักสูตร
7.1 กิจกรรม Reading Competition
7.2 Cross word
7.3 English Proficiency Test
7.4 Internation Language(เสียงตามสาย , จัดบอร์ด)
8. โครงการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการและทักษะชีวิต8.1กิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ ม.ต้น
8.2  กิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษม.ปลาย
8.3กิจกรรม Drama Activity
คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์
12. โครงการพัฒนายกผลสัมฤทธิ์พิชิต o-net แก้ปัญหา 0 ร. มส.
13. โครงการค่ายคณิตศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
14. การจัดการเรียนรู้แต่ละวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์
15. โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์
9. โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศ
9.1 กิจกรรมแข่งขันทักษะด้านภาษาฝรั่งเศส
9.2 กิจกรรมแข่งขันทักษะด้านภาษาจีน
9.3 กิจกรรมแข่งขันทักษะด้านภาษาญี่ปุ่น
10.โครงการส่งเสริมความรู้และทักษะชีวิตตามหลักสูตร
10.1สอบวัดความรู้ภาษาจีน
10.2 สอบวัดความรู้ภาษาฝรั่งเศส
11. โครงการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการและทักษะชีวิต
11.1 ค่ายภาษาและวัฒนธรรมภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาฝรั่งเศส
2. มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหา
 
เทียบเท่ากับเป้าประสงค์ข้อ1 ของมฐ.1
1. ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น   และ แก้ปัญหา ผ่านกระบวนการและกิจกรรมจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
2. ผู้เรียนมีความสามารถในการสรุป และอธิบายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ (IS1 และ IS2)
3. ผู้เรียนสามารถนำความรู้มาใช้ในการออกแบบ และเสนอแนวทางแก้ปัญหา (IS3)
 
1. ส่งเสริมให้ครูได้นำทักษะการคิดลงสู่การปฏิบัติในห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดบูรณาการในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
2. จัดการเรียนรู้วิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ให้กับนักเรียน
3. จัดการเรียนรู้การทำโครงงานเพื่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหาคิดอย่าง  มีวิจารณญาณและมีความคิดสร้างสรรค์พร้อมกับการนำเสนอแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
4. จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างหลากหลายตามความต้องการของผู้เรียน
5.จัดเวทีให้นักเรียนได้นำเสนอผลงาน
1. การจัดการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์
2. กิจกรรมวันสุนทรภู่
3. กิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ
4. กิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักเรียนชั้นม.1- ม.6
5. กิจกรรมพัฒนาความสามารถการอ่าน
6.โครงการสอนเสริมเพิ่มความรู้โอลิมปิกวิชาการ
7. โครงการทดสอบ TEDET
8.โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศกลุ่มวิชาการ
9. โครงการก้าวไกลสู่สากล
10. การจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาอิสระ (IS)
11.โครงการค่ายโครงงานคณิตศาสตร์ระดับม.ต้น
12. โครงการค่ายสเต็มศึกษา
3. มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม 1.ผู้เรียนสามารถจัดทำ นวัตกรรม เช่น โครงงาน ชิ้นงาน แนวคิด วิธีการ  จากการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
2.ผู้เรียนมีความสามารถในการจัดทำนวัตกรรม เช่น โครงงาน ชิ้นงาน ผลงาน สิ่งประดิษฐ์ แนวคิด วิธีการ จากการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระเข้าแข่งขันและเผยแพร่ในระดับชาติ/นานาชาติ
1. ส่งเสริมให้ครูได้นำทักษะการคิดลงสู่การปฏิบัติในห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดบูรณาการในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
2. จัดการเรียนรู้วิชาสเต็มศึกษา
3. จัดการเรียนรู้วิชาโครงงานเพื่อการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงในการสร้างผลงานใหม่
4. นำนักเรียนศึกษา ปฏิบัติการ แหล่งเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง
5. นำนักเรียนศึกษาเรียนรู้กับวิทยากร หรือ    ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
6. จัดเวทีให้นักเรียนได้นำเสนอนวัตกรรม

 
1. การแข่งขันทักษะทางวิชาการ
2. การจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1-2
3. การจัดการเรียนรู้วิชาโครงงานคณิตศาสตร์
4. โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศคณิตศาสตร์
5.โครงการสร้างนวัตกรรมด้วยIOT (Internet of  Things)
6.โครงการพัฒนาการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์
7.โครงการส่งเสริมการบริหารจัดการศึกษา(ส่งเสริมความเป็นเลิศ)
8. โครงการค่ายคอมพิวเตอร์ม.1-3
9. โครงการก้าวไกลสู่สากล
4. มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1.ผู้เรียนทุกคนสามารถใช้สื่อเทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล และนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อ ICT
2.ผู้เรียนสามารถสร้าง ตัดต่อ วิดีโอ และสร้างสื่อดิจิทอล
3.ผู้เรียนสามารถใช้งานผ่าน Application เช่น Google App
4.ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการทำแฟ้มสะสมงาน
5.ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้และการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม จากหน้า4
1. กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีจัดการเรียนการสอนการใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานและ    การใช้โปรแกรมต่างๆ เพื่อการนำเสนอผลงานให้กับนักเรียนทุกคน
2. สนับสนุนงบประมาณเพื่อการบริการอินเตอร์เน็ต และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็วเพียงพอต่อการบริการนักเรียน
3. พัฒนาความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้ของครูและส่งเสริมสนับสนุนให้ครูนำเทคโนโลยีมาเป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  เช่น การอบรมครูการสอนผ่านระบบออนไลน์โดยใช้ Google App
4. จัดพื้นที่เพื่อให้ครูได้นำเสนอสื่อการสอนออนไลน์หรือการจัดกิจกรรมเรียนรู้ในระบบออนไลน์
5. ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูและนักเรียนนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการสื่อสารในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ผ่าน Application เช่น Google App
1. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการ
2. การจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1-2
3. โครงการพัฒนาการเรียนการสอนกลุ่มสาระศิลปะ
4 .โครงการสร้างนวัตกรรมด้วยIOT(Internet of  Things)
5. โครงการพัฒนาการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์
6. โครงการค่าย Geogebra ม.2
7. โครงการค่ายคอมพิวเตอร์ม.1-3
8. โครงการค่ายสเต็มศึกษา ระดับม.1-3
9. โครงการก้าวไกลสู่สากล
10.โครงการการอบรมครูการสอนผ่านระบบออนไลน์โดยใช้ Google App
5. มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน        ตามหลักสูตรโรงเรียนสตรีพัทลุง 1.ผู้เรียนร้อยละ 50 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป
2.ผู้เรียนร้อยละ 70 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป
3.ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป
4.ผู้เรียนร้อยละ 90 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้พลศึกษาและสุขศึกษา อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป
5.ผู้เรียนร้อยละ 65 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป
(มีGPA เฉลี่ยรวม 3 สาระการเรียนรู้ตั้งแต่3.00)
6.ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป
7.ผู้เรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป
8.ผู้เรียนร้อยละ 60 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป
9.ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยตลอดปีการศึกษาทั้งโรงเรียนไม่น้อยกว่า 3.20
10. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เฉลี่ยรวม3สาระการเรียนรู้ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป
11. ผลการสอบ O-NET  สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ
1. พัฒนาหลักสูตรโรงเรียน หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้นำสู่การปฏิบัติโดยจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ทุกรายวิชาให้สอดคล้องกัน
2. จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยบูรณาการการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การพัฒนาสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตร การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน
3. จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างหลากหลายตามความต้องการของผู้เรียน
4. ออกแบบเครื่องมือการการวัดผลและประเมินผลการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตร
5. จัดกิจกรรมสอนเสริมความรู้ในลักษณะติวข้อสอบ
1. โครงการพัฒนาหลักสูตรโรงเรียน
2. โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์
3. โครงการค่ายวิทยาศาสตร์หรรษา
4. โครงการพัฒนาการเรียนการสอน
5. โครงการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการ
6. โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ (กิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน    O-net ม.3, ม.6)
6. มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ 1.ผู้เรียนร้อยละ 95 ของผู้เรียนระดับชั้น ม.3 ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
2.ผู้เรียนร้อยละ 95 ของผู้เรียนระดับชั้น ม.6 ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
3.ผู้เรียนมีความรู้ทักษะพื้นฐานในด้านการเกษตร การช่าง คหกรรม งานธุรกิจ ศิลปะ ดนตรี กีฬา
4. ผู้เรียนได้รับรางวัลการแข่งขันด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา อาชีพ ระดับภาค/ระดับชาติ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
1. พัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี และงานแนะแนวการศึกษานำสู่การปฏิบัติโดยจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ทุกรายวิชาให้สอดคล้องกัน
2. จัดทำบันทึกข้อตกลงการจัดการศึกษาร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเกษตรกรรม สถานประกอบการ
3. นำนักเรียนเข้าศึกษาเรียนรู้แหล่งเรียนรู้ฝึกปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ตามบันทึกข้อตกลงจัดการศึกษาร่วม
4. จัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อและอาชีพ
5. จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อการพัฒนาทักษะพื้นฐานอาชีพตามความสนใจของนักเรียน
 
 
 
 
 
1. โครงการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการและทักษะชีวิต(ศึกษาแหล่งเรียนรู้)
2. โครงการส่งเสริมการบริหารจัดการศึกษา(ส่งเสริมความเป็นเลิศ)
3.โครงการส่งเสริมการบริหารจัดการศึกษา(พัฒนาการสอนการงานอาชีพ)
4. โครงการส่งเสริมหารายได้ระหว่างเรียน
5.โครงการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการ
 5.1 พัฒนาการสอนศิลปะ(ดนตรีไทย)
 5.2 การประดิษฐ์ศิราภรณ์
 5.3 ค่ายสร้างสรรค์บันดาลศิลป์
 5.4 ทัศนศิลป์เพื่อชุมชน
 5.5 ค่ายนาฏยลีลา ครั้งที่ 3
 5.6 โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้
6. โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศทางศิลปะ
   6.1 แข่งขันทักษะทัศนศิลป์
   6.2 แข่งขันทักษะดนตรีสากล
   6.3 ส่งเสริมทักษะด้านวงโยทวาทิตและวงคอมโบ้
   6.4 พัฒนาความเป็นเลิศดนตรีไทย
7.โครงการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการ
8.โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศทางด้านกีฬา
9. กิจกรรมติดตามผลนักเรียนจบ ม.3 , ม. 6
10. กิจกรรมสัมผัสอาชีพ
11. โครงการสตรีพัทลุงเปิดบ้านสร้างสรรค์ปัญญา พัฒนาสู่อาชีพ
7. มีความเป็นเลิศทางภาษา 1. ร้อยละ 80 ของจำนวนผู้เรียนมีทักษะทางด้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สามารถใช้ภาษาเพื่อการศึกษาค้นคว้า หาความรู้ การติดต่อสื่อสาร     การนำเสนอผลงาน การโต้แย้ง ให้เหตุผลและการเจรจาความร่วมมือ
2. จำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินการทดสอบความรู้ทางด้านภาษากับสถาบันภาษาที่ผ่านการรับรองของกระทรวงศึกษาธิการมีจำนวนเพิ่มขึ้น
1. พัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศนำสู่การปฏิบัติโดยจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ทุกรายวิชาให้สอดคล้องกัน
2. จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อการพัฒนาความสามารถด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่นที่โรงเรียนเปิดสอน
3. จัดหา จัดจ้างครูต่างชาติในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่น
4. จัดโครงการห้องเรียนพิเศษ MEP
5. เปิดแผนการเรียนที่เน้นความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศสในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
6. เปิดรายวิชาเลือกที่เน้นการพัฒนาด้านภาษา
1. โครงการพัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษา ไทย ภาษาต่างประเทศ
2. โครงการพัฒนาหลักสูตรห้องเรียนพิเศษMEP
3. โครงการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการและทักษะชีวิต
- กิจกรรมDRAMA
- กิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ ภาษาจีน
- กิจกรรมค่ายหนังสือเล่มเล็ก ค่ายสร้างสรรค์งานเขียน  
 
   
1.2  คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
 
มาตรฐาน ประเด็นพิจารณา กระบวนการพัฒนา โครงการ/กิจกรร
1. การมีคุณลักษณะตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1.ผู้เรียนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญของการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
1. ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูจัดการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกำหนดให้ครูจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทุกระดับชั้นและนำไปใช้จริงอย่างน้อยรายวิชาละ
2 แผน มีการบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
2. คัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติการเป็นผู้นำรุ่นละจำนวน 24 คน เข้าร่วมกิจกรรมค่ายแกนนำครอบครัวพอเพียงของหน่วยงานภายนอกนักเรียนแกนนำขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียน โรงเรียนเครือข่ายและชุมชน
3. จัดค่ายพัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนักเรียนรุ่นละ 100 คน โดยนักเรียนแกนนำครอบครัวพอเพียงและศึกษาแหล่งเรียนรู้นักเรียนถอดบทเรียนความรู้ที่ได้รับ
4. นักเรียนจัดนิทรรศการสามมิติเผยแพร่ความรู้การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน
5. นักเรียนร่วมกิจกรรมอนุรักษ์พัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชน เช่น กิจกรรมรักษ์น้ำ สร้าง/ซ่อมฝายน้ำในชุมชน
1.ค่ายพัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.นิทรรศการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3.พัฒนานักเรียนแกนนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
4.รักษ์สิ่งแวดล้อม (รักษ์น้ำ)
5.ชุมนุมต่าง ๆ
2. มีบุคลิกภาพดีมีเสน่ห์แบบไทย ผู้เรียนทุกคนแสดงออกด้านพฤติกรรมมีบุคลิกภาพที่ดีแบบกุล-บุตรกุลธิดา
การแต่งกาย
แต่งกายถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน เหมาะสมกับกาลเทศะ มีความสะอาดเรียบร้อย เหมาะสมกับรูปร่าง
การไหว้
- การไหว้ ให้ถูกต้องตามกาลอันควร
- มีมารยาทมีสัมมาคารวะ
การเดิน
- เดินให้ดูสง่างาม ตัวตรงมีจังหวะในการเดิน
-เดินชิดขวามือ ในบริเวณโรงเรียนและบนอาคารเรียน
การพูดและการทักทาย
- พูดด้วยคำพูดที่สุภาพ สำเนียงภาษาถูกต้องตามกาลเทศะ
- ทักทายด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสมีสายตาที่เป็นมิตร ความมีเมตตา
ความสุภาพ
สำนึกและตอบแทนบุญคุณ
- กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ
 
 
1. แจ้งประเด็นพิจารณา ความหมายของบุคลิกภาพดีมีเสน่ห์แบบไทยให้นักเรียน ครูที่ปรึกษาและผู้ปกครองนักเรียนรับทราบ
2. จัดประชุมสัมมนาครูที่ปรึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจการพัฒนาบุคลิกภาพแบบไทยให้กับนักเรียน
3. ครูที่ปรึกษาดำเนินการตามกิจกรรม การพัฒนา ประเมินผลนักเรียนที่ปรึกษา คัดเลือกนักเรียนห้องเรียนละ 1 คน/ภาคเรียน
4. มอบเกียรติบัตร ชื่นชม นักเรียนที่มีบุคลิกภาพดีมีเสน่ห์แบบไทย
5. จัดค่ายปรับพฤติกรรมนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมิน
1. โครงการส่งเสริมความประพฤติ
- ค่ายส่งเสริมอัตลักษณ์
- ค่ายปรับพฤติกรรม
2. โครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์
3. โครงการโรงเรียนคุณธรรม
4. โครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
- การอบรมนักเรียนหน้าเสาธง
- กิจกรรมคาบโฮมรูม
- คัดเลือกนักเรียนที่มีบุคลิกภาพดีมีเสน่ห์แบบไทย
ค่ายส่งเสริมอัตลักษณ์และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
 – ค่ายปรับพฤติกรรมนักเรียนกลุ่มเสี่ยง
 – นศท.จิตอาสา
 – รักความเป็นไทย ใส่ใจคุณธรรม
3. มีคุณธรรมอัตลักษณ์ ผู้เรียนทุกคนมีคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียนสตรีพัทลุง 4 ข้อ
1. ความมีวินัย :ตรงต่อเวลา การมาเรียน การเข้าเรียน การส่งงาน ปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อปฏิบัติ กฎ ระเบียบของโรงเรียนและสังคม
2. มีจิตสาธารณะ :เสียสละเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนด้วยความเต็มใจ มีน้ำใจ มีจิตอาสา เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้อง เข้าร่วมช่วยเหลือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม
3. ความพอเพียง :ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดและคุ้มค่าใช้น้ำ ไฟฟ้าและวัสดุอุปกรณ์อย่างประหยัดและคุ้มค่า มีการออม จัดระเบียบชีวิตอย่างมีเหตุผล   มีภูมิคุ้มกันที่ดี
4. ความซื่อสัตย์ : ไม่คดโกงและไม่ลอกข้อสอบ ยึดมั่น คำสัญญาทั้งต่อตนเอง  และของผู้อื่น
 
 
 
 
1. จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน
2. คณะกรรมการดำเนินงาน ศึกษา วิเคราะห์ สภาพปัญหาของนักเรียนโรงเรียนสตรีพัทลุง
3. นำเสนอผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาต่อ คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา
4. สังเคราะห์ผลการวิเคราะห์ สรุปเป็นคุณธรรมอัตลักษณ์ที่ต้องการพัฒนาให้กับนักเรียน
5. จัดทำคู่มือการดำเนินงานโรงเรียนคุณธรรมของครูที่ปรึกษา
6. ทำป้ายประชาสัมพันธ์คุณธรรมอัตลักษณ์เพื่อสร้างความตระหนักให้กับนักเรียน
7. นักเรียนนำคุณธรรมอัตลักษณ์ไปกำหนดเป้าหมายการพัฒนาโครงงานคุณธรรมของตนเอง ของห้องเรียน
8. จัดเวทีนำเสนอการพัฒนาคุณธรรมอัตลักษณ์ของนักเรียน
1. กิจกรรมของหายได้คืน
2. กิจกรรมค่ายคุณธรรม
3. โครงงานคุณธรรมระดับห้องเรียน
4. กิจกรรมวันแม่
5. กิจกรรมพุทธมามกะ
6. การสอบนักธรรมศึกษา
7. กิจกรรมดูแลช่วยเหลือนักเรียน
8. คาบโฮมรูม
4. ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย 1. ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมสืบสานประเพณีในท้องถิ่นและประเพณีของไทย
 2. ผู้เรียนทุกคนสามารถสืบสานความเป็นไทยได้หลากหลาย เช่น ร้องเพลงไทยเดิม เล่นดนตรีไทย การแต่งกายแบบไทยท้องถิ่น การแสดงพื้นบ้าน ฯลฯ
3. ผู้เรียนมีความสามารถในการแนะนำแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นของ ตนเองได้
1. พัฒนาหลักสูตรโรงเรียน หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ กำหนดให้มีหน่วยการเรียนรู้ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาในท้องถิ่น
2. กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กลุ่มกิจการนักเรียนจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อการส่งเสริมและสร้างความตระหนักในคุณค่าของวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมท้องถิ่น
1. โครงการรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม
 – วันปิยะมหาราช
 – วันเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร. 10
 – วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา
 – วันแม่แห่งชาติ
 – วันไหว้ครู
 – วันประเพณีลอยกระทง
 – วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
 – วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบรมราชินี ฯ
 – วันเฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่ 9
 – ยุวพิธีกร
2. โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้กลุ่มสาระศิลปะ
3. โครงการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการ
   3.1 พัฒนาการสอนศิลปะ(ดนตรีไทย)
   3.2 การประดิษฐ์ศิราภรณ์
   3.3  ค่ายสร้างสรรค์บันดาลศิลป์
   3.4 ทัศนศิลป์เพื่อชุมชน
   3.5 ค่ายนาฏยลีลา ครั้งที่ 3
   3.6 โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้
5. การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย 1. ผู้เรียนทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างหลากหลาย ร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กีฬาสี กีฬาจังหวัด ค่ายกิจกรรมในเครื่องแบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ค่ายคุณธรรมกิจกรรม To Be Number1 กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักศึกษาวิชาทหาร  กิจกรรมทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ เป็นต้น
2. ผู้เรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมสภานักเรียน
1. สำรวจการนับถือศาสนาพุทธและมุสลิมตามสภาพจริงและพัฒนาผู้เรียนให้มีการดำเนินชีวิตที่อยู่กรอบของจริยธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ
2. สนับสนุนผู้เรียนให้มีการเข้าร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมสนับสนุนให้อยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
1. โครงการส่งเสริมประชาธิปไตย
 - การเลือกตั้งประธานสภานักเรียน/คณะสี
 - อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ
 - คณะกรรมการสภานักเรียน
 - ศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้สภานักเรียน
 - พัฒนางานสภานักเรียน
– การจัดแข่งขันกีฬาสี
2. โครงการโรงเรียนคุณธรรม
 - ค่ายคุณธรรม
 - กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมระดับชั้นเรียน
 - ของหายได้คืน
3. โครงการสายใยสัมพันธ์  สรรค์สร้างองค์กร
 - สภาเพื่อน้อง
 - เครือข่ายสัมพันธ์
 - เครือข่าย MOU
4. โครงการรักกันน้องพี่ สตรีพัทลุง
 - SPT Crazy Time
 - SPT Lover
 - Little love letter
 - Random Dance
5. โครงการค่ายพักแรมกิจกรรมในเครื่องแบบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
6. โครงการเนตรนารีจิตอาสา  ทำดีเพื่อแผ่นดิน
7. โครงการสวมหมวกให้น้อง
8. โครงการค่ายแกนนำ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนสตรีพัทลุง  รุ่นที่ 7
9. โครงการค่ายพัฒนาภาพศักยภาพสมาชิก TO BE NUMBER ONE สู่ห้องเรียนสีขาว
10. โครงการกิจกรรม TO BE NUMBER ONE DJ. TEENAGE
11. โครงการค่ายพัฒนาศักยภาพสมาชิกTO BE NUMBER ONE  สู่ความเป็นหนึ่ง
12. อบรมแกนนำนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา YC
6. มีสุขภาวะทางร่างกาย  และจิตสังคม 1. ผู้เรียนร้อยละ 80 มีน้ำหนักและส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์
2. ผู้เรียนร้อยละ 90 มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ อยู่ในระดับดีขึ้นไป
3. ผู้เรียน ร้อยละ 90 ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกายในระดับดีขึ้นไป
4. ผู้เรียนผ่านการประเมินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ร้อยละ 95 ในระดับดีขึ้นไป
1. พัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา     พลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและงานแนะแนว
2.จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาพลศึกษา ศิลปะ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและงานแนะแนว
3. จัดกิจกรรมตามแผนพัฒนางานอนามัยโรงเรียน
4. จัดกิจกรรมตามแผนพัฒนางานโภชนาการ
1. กิจกรรมภาวะการเจริญเติบโตนักเรียน
2. กิจกรรมติดตามช่วยเหลือภาวะการเจริญเติบโตของนักเรียน
3. การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
4. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
7. การตระหนักรู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์พัฒนาสิ่งแวดล้อม 1. ผู้เรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์พัฒนาสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
2. ผู้เรียนร้อยละ 80 ทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
3. ผู้เรียนทุกคนเข้าร่วมโครงการZero Waste School
1. กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์พัฒนาสิ่งแวดล้อม และกำหนดเกณฑ์การประเมินตามความเหมาะสมของช่วงชั้น
2. นักเรียนรวมกลุ่มสนใจทำกิจกรรมอนุรักษ์พัฒนาสิ่งแวดล้อมเสนอโครงกรผ่านครูที่ปรึกษา
3. นักเรียนและครูที่ปรึกษาร่วมทำกิจกรรมตามแผนงานโครงการ
4. นักเรียนรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ครูที่ปรึกษาประเมินผลการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
5. นำผลการประเมินกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์บูรณาการประเมินรายวิชาIS3
1. โครงการปลูกจิตอาสาพัฒนาห้องเรียน
 - รางวัลประกวดห้องเรียนสะอาด
 - กิจกรรม ทิ้งถูกที่ ดูดีทั้งโรงเรียน
 - ปิดเทอมใหญ่  ใส่ใจโรงเรียน
 - ทุนสภาเพื่อน้อง
 - ตลาดนัดนักเรียน
 - Friday Feast Fashion Season2
 - ศุกร์สุดฟินคลีนนิ่งเดย์
 - one day one piece
2. โครงการห้องเรียนสีเขียว
3 .กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
4. โครงการค่ายอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน
5. โครงการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม (รักษ์น้ำ)
6. กิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
 
 

 
มาตรฐานที่  2  กระบวนการบริหารและการจัดการ
มาตรฐาน ประเด็นพิจารณา กระบวนการพัฒนา โครงการ/กิจกรรม
2.1 มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ  ที่โรงเรียนกำหนดชัดเจน 1. มีการกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่โรงเรียนกำหนดชัดเจนไว้ในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา  แผนปฏิบัติการประจำปี สอดคล้องกับแผนการศึกษาชาติ นโยบายของระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. เขตพื้นที่การศึกษา และความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น
2. มีแผนพัฒนาวิชาการที่เน้นการพัฒนาผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะ ทักษะการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
3. มีแผนพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถและทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง

 
1. จัดประชุมคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาเพื่อกำหนดเป้าหมาย  วิสัยทัศน์  และพันธกิจสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน ความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น วัตถุประสงค์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ นโยบายของรัฐบาลและของต้นสังกัด ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม
2. จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาระยะ 4 ปี ปีการศึกษา 2561 – 2564
3. นำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาสู่การปฏิบัติโดยจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี
4.จัดทำรายงานโครงการ/กิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
 
 
 
 
 
 
 
 

 
1.ทบทวนแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2562
2. หลักสูตรโรงเรียนสตรีพัทลุง
3. โครงการพัฒนาบุคลากร
2.2 มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของโรงเรียน 1. ผู้บริหารมีโมเดลการบริหารการจัดการศึกษาไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจน ครูและบุคลากรทุกคนรับรู้ เข้าใจมีส่วนร่วมในการนำไปสู่การปฏิบัติ เป็นระบบที่ยั่งยืน
2. โรงเรียนมีการจัดโครงสร้างการบริหาร มีการมอบหมายงานและจัดทำรายละเอียดครอบคลุมภาระงานตามบริบทของโรงเรียนร่วมกันชัดเจน
 3. โรงเรียนมีโครงสร้างการบริหารงานที่ชัดเจนครอบคลุมภาระงานตามบริบทของโรงเรียน
4. โรงเรียนมีมาตรฐานการปฏิบัติงานในการกำกับติดตามการปฏิบัติงานทุกกลุ่ม
5. โรงเรียนมีระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
1. พัฒนาระบบการบริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมมาภิบาล ประกอบด้วย
   - หลักนิติธรรม
   - หลักคุณธรรม
   - หลักความโปร่งใส
   - หลักความมีส่วนร่วม
   - หลักความรับผิดชอบ
   - หลักความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
2. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Base Management : SBM)
3. การประเมินผลการปฏิบัติงานโดยใช้ ระบบOKR (Objective & Key Result)
4. พัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน  6  ประการ  ได้แก่
    4.1 จัดทำมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน
    4.2 จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา
    4.3 ดำเนินการตามแผน
    4.4 ประเมินและตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
    4.5 ติดตามผลการดำเนินการ
    4.6 จัดทำรายงานผลประเมินตนเองประจำปี
 

 
1. โครงการพัฒนาทีมงาน
2. โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการโรงเรียน
3. งานประชุมครูประจำเดือน
4. งานประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียน
5. กลุ่มบุคลากรวิเคราะห์งานเป็น 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มวิเคราะห์งานภายในและจัดทำโครงสร้างการบริหารงานภายในกลุ่ม
6. รวบรวมโครงสร้างการบริหารงานแต่ละกลุ่มจัดทำโครงสร้างการบริหารงานโรงเรียน
7. จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
8. โครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในรองรับการประเมินรอบ4 มีกระบวนการดำเนินงาน 7 ขั้นตอน ดังนี้
1) กำหนดมาตรฐานของโรงเรียน
2) จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา
3) ดำเนินการตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษา
4) ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาและประเมินคุณภาพภายใน
5) จัดให้มีการติดตามผลการดำเนินการเพื่อพัฒนาโรงเรียน
6) จัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR)
7) จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง
8. โครงการพัฒนางานรับนักเรียน
- รับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1และ4 โครงการห้องเรียนพิเศษ
- รับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1และ4 โครงการห้องเรียนทั่วไป
9. โครงการงานสัมพันธ์ชุมชน
10. โครงการพัฒนาหลักสูตรโรงเรียน
11. โครงการพัฒนางานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
- กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน
- งานจัดทำคู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง
- งานจัดทำคู่มือครูที่ปรึกษา
- งานประชุมครูที่ปรึกษา
- งานประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง
- งานประชุมผู้ปกครอง
- ค่ายปรับพฤติกรรมนักเรียนกลุ่มเสี่ยง
12. โครงการโรงเรียนคุณธรรม
- ค่ายคุณธรรม
- โครงงานโรงเรียนคุณธรรม
- กิจกรรมของหายได้คืน
13. โครงการสภานักเรียน
- กิจกรรมส่งเสริมความประพฤติ
- ส่งเสริมประชาธิปไตย
- ปลูกจิตอาสาพัฒนาห้องเรียน
- รักษ์ประเพณีวัฒนธรรม
- ส่งเสริมคุณธรรม
14. โครงการพัฒนาระบบออนไลน์เพื่อการจ่ายเงินค่าลงทะเบียนเรียน การกำกับติดตามนักเรียน การเลือกวิชา
15. โครงการพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตสู่ชั้นเรียน
16. โครงการบริการสื่อและเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา
17. โครงการสร้างขวัญและกำลังใจ
18. โครงการพัฒนาบุคลากร
19. โครงการนิเทศภายใน
20. โครงการพัฒนาการบริหารงาน
กลุ่มกิจการนักเรียน
- ประชุมเชิงปฏิบัติการ ศึกษาดูงาน
21. โครงการพัฒนาซ่อม/สร้างและบำรุงรักษาแหล่งเรียนรู้และสภาพแวดล้อม
22. โครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในรองรับการประเมินรอบ4
- กิจกรรมพัฒนาสารสนเทศเพื่อการบริหาร
23. โครงการนิเทศภายใน
24. โครงการสัมมนาภาคีเครือข่ายโรงเรียนสตรีพัทลุง
25. โครงการประชุมคณะกรรมการโรงเรียนขั้นพื้นฐาน
2.3 ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรของโรงเรียนและทุกกลุ่มเป้าหมาย 1. โรงเรียนมีหลักสูตรโรงเรียน หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ หลักสูตรท้องถิ่น หลักสูตรสากลที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของผู้เรียนทุกกลุ่ม
2. โรงเรียนมีหลักสูตรเพื่อการพัฒนานักเรียนครอบคลุมทุกกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ
3. โรงเรียนมีแผนพัฒนาผู้เรียนไปสู่ความเป็นเลิศรอบด้านตามถนัดและความสนใจ
4. นักเรียนมีผลการประกวด แข่งขันทักษะทางวิชาการทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ หลากหลายเวทีการแข่งขันของต้นสังกัด มหาวิทยาลัย องค์กรเอกชน ระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ ระดับนานาชาติ
1. ปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียน หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ นำสู่การปฏิบัติโดยจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกัน
2. มีการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น
3. จัดทำหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้แบบ
Active learning
4. มีการสอนแบบบูรณาการ และประสิทธิผลการปฏิบัติงานเน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ ด้วยการสอนแบบโครงงาน
4. ผู้สอนใช้สื่อการเรียนการสอน นวัตกรรมเทคโนโลยี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน รวมถึง
5. ส่งเสริมการจัดทำวิจัยในชั้นเรียน
6. มีการประเมินหลักสูตรโรงเรียนโดยความร่วมมือของโรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษา
7.ส่งเสริมโครงการ/กิจกรรมที่พัฒนาทักษะหรือประสบการณ์แก่ผู้เรียนน
8.มีการใช้ PLC (ชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ)เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
 
 
 
 
 
 
 

 
1.  โครงการพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนและหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้กลุ่มทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
2. โครงการก้าวไกลสู่สากล
3. โครงการห้องเรียนพิเศษ SMTE MEP และเด็กดีศรีท้องถิ่น
4. โครงการส่งเสริมความรู้และทักษะเฉพาะด้านทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
5. โครงการส่งเสริมความรู้ทางวิชาการ ดนตรี กีฬาตามหลักสูตร
6. โครงการส่งเสริมประสบการณ์และทักษะชีวิต
- ศึกษาแหล่งเรียนรู้เยี่ยมชมสถาบันการศึกษา และสถานประกอบการ
- ส่งเสริมนักเรียนฝึกประสบการณ์ทางการพยาบาล ณ โรงพยาบาล
8. โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศ
- กิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และ         กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- กิจกรรมส่งเสริมประสบการณ์ทางวิชาการ
- กิจกรรมส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน
- กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอาชีพ
2.4 พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ 1. โรงเรียนมีแผนพัฒนาครูและบุคลากรตามความสนใจตามภาระงานที่รับผิดชอบ และตามความต้องการของโรงเรียน
2. ครูทุกคนได้รับการพัฒนาตนเองโดยการอบรมสัมมนา ศึกษาดูงาน ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน  ไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อปี
3. ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนได้รับการพัฒนาตนเองไม่ต่ำกว่า  12 ชั่วโมง/ปี  ตามที่สถาบันครุพัฒนารับรอง
4. ครูทุกคนมีการเข้าร่วมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ  (PLC)  ไม่น้อยกว่า  50  ชั่วโมง/ปี
5. ครูทุกคนได้รับการนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนละ 1 ครั้ง
6. ครูร้อยละ 10 ของครูที่มีคุณสมบัติครบเลื่อนวิทยฐานะที่สูงขึ้นตามลำดับของปีการศึกษา ผ่านการประเมินและได้รับการเลื่อนวิทยฐานะ
7. ครูได้รับการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
8. ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูทุกคนมีแผนพัฒนาตนเอง 
9. ครูทุกคนมีผลงานเชิงประจักษ์ที่เกิดจากการจัดการเรียนรู้
พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การประชุม อบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน การนิเทศภายใน การพัฒนาระบบการทำงานร่วมกัน (PLC) การส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพ รวมถึงส่งเสริมสนับสนุน ยกย่อง เชิดชูเกียรติและให้ขวัญกำลังใจครูและนักเรียนในโรงเรียนที่มีผลงานดีเด่นในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. โครงการรองรับการเข้ารับการอบรมและพัฒนาตนเองของข้าราชการครู
2. โครงการพัฒนาบุคลากร
3. โครงการประชุมปฏิบัติการและโครงการพัฒนาครูเฉพาะด้านที่องค์กรภายในเป็นผู้จัด
4. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้แบบ
Active learing
5. โครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพ
6. ประชาสัมพันธ์โครงการอบรม/ประชุม/สัมมนาแก่คณะครูทุกคน
7. จัดตารางสอนให้ครูทุกคนเข้ารับการเข้าร่วมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง
8. โครงการประชุมปฏิบัติการนิเทศภายใน
- กิจกรรมนิเทศภายในกลุ่มต่างๆ
9. ดำเนินงานเพื่อการเลื่อน     วิทยฐานะของครู ดังนี้
- ตรวจสอบคุณสมบัติ
- ครูยื่นคำขอรับการประเมินพร้อมส่งผลงาน
- ประเมินผลงาน
- คำสั่งให้เลื่อนหรือมีวิทยฐานะ
10. การจัดทำแผนการจัด       การเรียนรู้พอเพียงทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
11. โครงการโรงเรียนคุณธรรม
12. การจัดทำ ID PLAN
13. การจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของครู
14. รายงานการสอน
15. การจัดทำ good practice
Best practice
16. การทำวิจัยในชั้นเรียน
17. โครงการพัฒนานักเรียนสู่ความเป็นเลิศ
18. งานส่งเสริมสนับสนุนการเลื่อนวิทยฐานะของครู
2.5 จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ 1. โรงเรียนมีแผนพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในและ ภายนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
2. โรงเรียนมีสภาพแวดล้อม บรรยากาศสะอาด ร่มรื่น สวยงาม ปลอดภัย ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า
3. โรงเรียนมีการจัดแหล่งเรียนรู้ และพื้นที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้/พักผ่อนให้นักเรียนเพียงพอตามบริบทของโรงเรียน
4. มีการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
พัฒนาสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกให้สะอาด บรรยากาศร่มรื่น สวยงาม ปลอดภัยและเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยจะใช้การพื้นที่อย่างคุ้มค่ามีการมอบหมายตามภาระงานแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น ครู และนักการภารโรง ทั้งนี้โรงเรียนส่งเสริมกิจกรรม/โครงการที่เข้ามาพัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมทั้งมีสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน และเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ของครู เช่น หนังสือเรียน คู่มือครู สื่อ วัสดุอุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการ โทรทัศน์ ไมโครโฟน เครื่องกระจายเสียง และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. โครงการพัฒนาซ่อม/สร้างและบำรุงรักษาแหล่งเรียนรู้และสภาพแวดล้อม
2. โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์
3. โครงการ ZERO WEST
4. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของนักเรียน
5. โครงการเนตรนารีจิตอาสาทำดีเพื่อแผ่นดิน
6. กิจกรรม Big cleaning
7. นักเรียนแกนนำครอบครัวพอเพียงได้เข้าศึกษาแหล่งเรียนรู้ ณ สถานที่จริง จำนวน 27 คน
และนำความรู้ไปขยายผลให้กับ
เครือข่าย
8.ครูและนักเรียนเครือข่ายครอบครัวพอเพียงได้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาสาธารณะประโยชน์ จำนวน 300 คน
9.ครูและนักเรียนร่วมจัดกิจกรรม
จิตอาสาให้กับลูกเสือ-เนตรนารีในโรงเรียนต่าง ๆ
10.ค่ายอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยนักเรียนที่มีจิตอาสา จำนวน 40 คน  ได้ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้แก่ชุมชนที่ ตำบลปากเหมือง อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง
2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ 1. โรงเรียนมีแผนพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้
2. โรงเรียนมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการ ดังนี้
    - ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
   - ระบบการรับสมัครเรียน/สมัครสอบ
   - ระบบการจ่ายเงินผ่านธนาคาร
   - ระบบลงทะเบียน/เลือกวิชาเรียน/เลือกชุมนุม
   - ระบบงานทะเบียนและวัดผล SGS
3.  โรงเรียนมีระบบข้อมูลสารสนเทศที่จำเป็นในการบริหารจัดการที่ครอบคลุมภาระงานที่เป็นปัจจุบัน  ถูกต้อง ทันสมัย  นำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว
4. โรงเรียนมีระบบการประชาสัมพันธ์ในการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้บริการแก่หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน
พัฒนาระบบการจัดเก็บ การนำไปใช้และการให้บริการสารสนเทศตามกรอบภาระกิจการบริหารงานโดย            ให้ความสำคัญกับงานวิชาการ งานบุคคล งานกิจการนักเรียนและชุมชนสัมพันธ์ งานงบประมาณ และงานบริหารทั่วไป ตลอดถึงพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศโดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์แก่ครูทุกคนเพื่อความสะดวกต่อการทำงาน 1. โครงการพัฒนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ตและสารสนเทศตามโครงสร้างการบริหารงาน  5  งาน
  2. ข้อมูลโรงเรียน
  3. ข้อมูลนักเรียนรายบุคคล
  4. ข้อมูลครูรายบุคคล
  5. ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารด้านอื่น ๆ เช่น ข้อมูลชุมชน
2. โครงการพัฒนาระบบออนไลน์เพื่อการจ่ายเงินค่าลงทะเบียนเรียน การกำกับติดตามนักเรียน การเลือกวิชา
3. โครงการพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตสู่ชั้นเรียน
4. งานจัดทำสารสนเทศของโรงเรียน
5. โครงการป้ายประชาสัมพันธ์
6. โครงการปรับปรุงประชาสัมพันธ์
7. โครงการบริการสื่อและเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา
2.7 การจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล 1. โรงเรียนมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เข้มแข็ง
2. โรงเรียนผ่านเกณฑ์โรงเรียนสีขาว
3. โรงเรียนมีการจัดหาทุนการศึกษาช่วยเหลือนักเรียนยากจนอย่างต่อเนื่อง มีระบบข้อมูลสารสนเทศ                        นักเรียนยากจน
- วางแผนและจัดทำปฏิทินในเยี่ยมบ้านของนักเรียน
- มีการคัดกรองนักเรียนทุกคน
- มีการดูแลช่วยเหลือทั้งด้านการเรียน เศรษฐกิจ สังคมและสุขภาพของผู้เรียน
1. โครงการพัฒนางานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
- กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน
- งานจัดทำคู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง
- งานจัดทำคู่มือครูที่ปรึกษา
- งานประชุมครูที่ปรึกษา
- งานประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง
- ค่ายปรับพฤติกรรมนักเรียนกลุ่มเสี่ยง
2. โครงการโรงเรียนคุณธรรม
- ค่ายคุณธรรม
- โครงงานโรงเรียนคุณธรรม
- กิจกรรมของหายได้คืน
3. โครงการสภานักเรียน
- กิจกรรมส่งเสริมความประพฤติ
- ส่งเสริมประชาธิปไตย
- ส่งเสริมคุณธรรม
4. โครงการพัฒนาระบบออนไลน์เพื่อการจ่ายเงินค่าลงทะเบียนเรียนผ่านระบบออนไลน์ การกำกับติดตามนักเรียน การส่งเสริมเลือกวิชา
5. โครงการบริการส่งเสริมสุขภาพอนามัยในโรงเรียน
- กิจกรรมรักอย่างปลอดภัย
- กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านสารเสพติด
6. งานจัดหาทุนการศึกษา
7. งานระดับชั้น
8. งานครูที่ปรึกษา
- ปลูกจิตอาสาพัฒนาห้องเรียน
- รักษ์ประเพณีวัฒนธรรม
  
 


มาตรฐานที่ 3  กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

 
มาตรฐาน ประเด็นพิจารณา กระบวนการพัฒนา โครงการ/กิจกรรม
3.1 จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตได้ 1.ครูทุกคนมีแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิด การปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
2.ครูทุกคนใช้รูปแบบการสอน / เทคนิควิธีการสอน      ที่หลากหลาย เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียน
3.ครูทุกคนในกลุ่มสาระการเรียนรู้มีผลงานที่เป็น Best Practice เป็นของตนเอง
1. มีประชุมในการจัดทำหลักสูตรโรงเรียนและหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้
2. มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
3. มีการนิเทศ ติดตามผลการจัดการเรียนรู้
4. เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
5. มีการอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้
6. มีการนำภูมิปัญญาและข้อมูลท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้
7. มีการจัดการเรียนรู้หลากหลายตามความแตกต่างของกลุ่มผู้เรียน
1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิด การปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
2.รูปแบบการสอน / เทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย เหมาะสมกับผู้เรียน
3.ครูผลงานที่เป็น Best Practice เป็นของตนเอง
4. การแข่งขันทักษะทางวิชาการ
5. โครงการพัฒนาการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
3.2 ใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้  1. ครูทุกคนเลือกใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เอื้อต่อการเรียนรู้  ทุกสาระการเรียนรู้
2. ครูทุกคนใช้สื่อ DLIT / Google App ในการจัดการเรียนรู้
3. ครูทุกคนผลิตสื่อสำหรับการจัดการเรียนรู้และมีการพัฒนาสื่อของตนอย่างต่อเนื่อง
4. ครูทุกคนส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้จากสื่อที่หลากหลาย
1. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และแสดงให้เห็น สื่อ หรือ แหล่งเรียนรู้
2. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ผู้เรียน เรียนรู้โดยภูมิใช้ปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น
3. เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
4. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านโครงการ DLIT แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
1.แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้สื่อ DLIT / Google App
2. โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
3.3 มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก 1.ครูทุกคนสามารถจัดบรรยากาศชั้นเรียนที่เอื้อ     ต่อการเรียนรู้
2.ครูทุกคนร่วมกับผู้เรียนในการกำหนดข้อตกลง  ของห้องเรียน
3.ครูทุกคนรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยใช้ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
4.ครูทุกคนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียน ในการจัดการเรียนรู้
5.ครูทุกคนให้ผู้เรียนประเมินผลการจัดการเรียนรู้ นำผลการประเมินไปฒนาการจัดการเรียนรู้
- ปรับปรุงและพัฒนาสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน มุมความรู้
- ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างครูกับผู้เรียนและเพื่อนกับเพื่อน ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย
-ครูทำ PLC/ ชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อแลกเปลี่ยนและหาแนวทางการจัดการเรียนการสอนเชิงบวก
1.ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ทุกคนทำแบบบันทึกผู้เรียนเป็นรายบุคคล
2. โครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
3. โครงการพัฒนาการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
4.ครูทุกกลุ่มสาระทำ PLC/ ชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อแลกเปลี่ยนและหาแนวทางการจัดการเรียนการสอนเชิงบวก
3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน 1. ครูทุกคนวิเคราะห์และรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล
2. ครูทุกคนมีแผนการวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชี้วัด
3.ครูทุกคนมีเครื่องมือวัดและประเมินผลตามสภาพจริงอย่างหลากหลาย
4. ครูทุกคนมีการรายงานผลการประเมินอย่างเป็นระบบ
5. ครูทุกคนมีการนำผลการจัดการเรียนรู้มาพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
6.ครูทุกคนมีความสามารถในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้โดยใช้สารสนเทศ  ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาได้
1. มีการประชุมชี้แจง และปรึกษาหารือร่วมกันในเรื่องการตรวจสอบผลการเรียน และการประเมินผลผู้เรียนในครั้งการประชุมประจำเดือน และการประชุมเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อให้ครูทุกคนได้รับทราบและถือปฏิบัติตามแนวการวัดและประเมินผลการเรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย
2. มีการประชุมเพื่อชี้แจงแนวปฏิบัติและการเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับการออกข้อสอบให้ตรงตามตัวชี้วัด รวมถึงการออกข้อสอบที่ตรงตามตัวชี้วัด
3. มีการสำรวจรูปแบบข้อสอบ และเวลาที่ใช้สอบกลางภาค/ปลายภาคของทุกรายวิชา
4. จัดทำสมุดบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคลให้แก่นักเรียนทุกคน ในการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบ สามารถตรวจสอบพัฒนาการด้านการเรียนของผู้เรียน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาผู้เรียนต่อไป
5. จัดทำสมุดบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้แก่ครูผู้สอนทุกรายวิชา ใช้ในการบันทึกผลที่เกิดจากการวัดและประเมินผล เพื่อให้ครูผู้สอนได้นำผลมาพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพต่อไป
6. การจัดทำเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ของครู รายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้
1.พัฒนาการเรียนการสอนด้วยวิจัยในชั้นเรียน
2. การศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคล
3. การจัดการเรียนการสอน
4.  การวิเคราะห์หลักสูตร
5. โครงการพัฒนาการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
 
 
 
 
 
 

 
3.5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้
 

 
1.ครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ เพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
2.ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อปรับปรุง พัฒนา และสู่การทำวิจัยในชั้นเรียน
3.ครูทุกคนได้รับการนิเทศอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
4.ครูทุกคนมีวิจัยในชั้นเรียน อย่างน้อยปีการศึกษาละ 1 เรื่อง

 
1. ครูแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้มีความรู้ ความสามารถใน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้รูปแบบ PLC (Professional Learning Community) “ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ”
2. นักเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการวัดและประเมินผล ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนและผู้เรียนนำไปใช้พัฒนาตนเอง